ทุกข์และสุขแค่ให้เมื่อต้องให้

เราเคยเสียใจกับเรื่องที่เราเคยเสียสละบ้างไม?หลายคนอาจจะบอกว่า เมื่่อใดก็ตามที่เราเสียสละให้กับคนบางคน อาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักมันทำให้เรานั้นมีความสุข แล้วการ “เสียสละ” นั้น แตกต่างจากกัน อย่างไร หละ ฟังดูอาจจะเหมือนกัน โดยคำว่าเสียสละนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 คำ คือ คำว่า “เสีย” กับ คำว่า “สละ”

 

คำว่า “เสีย” นั้น มีความหมายว่า ชำรุด เน่า หมด เปลือง พลาด แพ้ ถ้าใช้กับคำที่เป็นกับสิ่งของคือ  สิ่งนั้นชำรุดใช้งานไม่ได้  มันพังแล้ว นำกลับมาใช้งานไม่ได้ ถ้าใช้กับอาหารหรือที่เรารับประทานนั้น เช่น อาหารบูด อาหารเน่า อาหารเสียแล้ว นำกลับมารับประทานไม่ได้แล้ว

 

 

คำว่า “สละ” นั้นมีความหมายว่า ผละออก สลัด ออก เช่น ชายหนุมสละชีวิตทางโลกมาบวชเพื่อสู่ชีวิตใหม่ในทางธรรม หรืออาจจะหมายคำว่า ตัดทิ้ง สละทิ้งในสิ่งที่ไม่ดี สละนิสัยที่ไม่ดี ออกไปจากตัวเรา เป็นต้น

แต่เมื่อนำคำมารวมกัน “เสียสละ” จึงมีความหมายว่า สละ,ละวาง,ละทิ้ง,ปล่อยวาง,บริจาค เมื่อเราเข้าใจความหมายอย่างนี้แล้ว จึงควรใช้ให้ถูกวิธี และถูกที่เวลา

 

ดังเช่น บางคน ย่อมเสียสละ เวลาซึ่งกันและกันมาเกือบทั้งชีวิต แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำร่วมกันมานั้น ก็ต้องแตกสลาย เพราะว่า ไปด้วยกันไม่ได้ และมีเรื่องหลายอย่างที่ทำให้ไม่เข้าใจกัน เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ก็ควรต้องใช้สติ และปัญญาในการแก้ไขปัญหา เพราะไม่ว่าปัญหานั้นจะมากหรือจะน้อยเพียงใด หากเราแก้ไม่ถูกจุด จากเล็กน้อยก็จะอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

 

หรือบางคนเคยเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างให้คนที่รัก แต่เมื่อเกิดแตกหักแล้วทะเลาะกันนั้น สิ่งที่เขาทำและเสียสละมากเกือบทั้งชีวิตของเขามันทำให้เขาเจ็บปวด เพราะอีกฝ่ายหนึ่งกลับมองไม่เห็นในสิ่งที่เขาทำ นั้นอาจจะเป็นเพราะว่า เขาทำสิ่งๆนั้นจนเคยชิน แล้วอีกคนก็มองว่า เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่า ว่าเรื่องบางเรื่องที่คนๆหนึ่งเสียสละให้ไปนั้นบางที่อาจจะเป็นสิ่งที่คนนั้นเขาทำมันโดยความลำบาก หากเป็นอย่างนี้ แล้ว

 

อยู่ที่ตัวคุณแล้วหละ ว่า จะเลือกทำต่อไป หรือจะหยุดอยู่แค่นั้น เพราะเรื่องบางเรื่องนั้นไม่มีใครที่รับรู้กับคุณได้ จริงไม? 

 

แต่หากสิ่งที่คุณทำแล้วนั้นคือความสุขของอีกฝ่าย แต่คุณกลับไม่เคยมีความสุข หรืออาจจะมีบ้างปะปน กันไป ที่นี่ต้องกลับมาคิดทบทวน แล้วลองใช้ ชีวิตอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น แล้วลองทำตัวเองดูว่า จริงๆแล้วชีวิตที่เรามีอยู่นั้น มีเพื่อสิ่งใดกัน…

 

เพราะสุดท้ายแล้ว คำว่า “เสียสละ”นั้น คือยอมสละสิ่งที่เรารัก หรือไม่รักออกไปจากเรา อยู่ที่คุณจะเลือกเอาแบบใหน ขอแค่ใช้สติ และปัญญาทุกครั้งในการแก้ไขปัญหานั้น

 

ส่วนคำว่า “การให้” นั้น มีความหมายว่า สิ่งที่กำลังบ่งบอกถึงความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าการให้นั้นจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเองดูสิ่ว่าเราได้เป็น ผู้ให้ ที่ดีบ้างหรือยัง – ผู้ให้ที่ดี

โดยการให้นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน คือ

 

 

1.ให้ด้วยความปรารถนาดี

การที่เราให้ผู้อื่นด้วยความปรารถนาดี เป็นการให้โดยที่เราไม่หวังผลตอบแทนจากสิ่งที่เราได้กระทำ หรือจากสิ่งที่เราให้ แต่จะก่อให้เกิดความสุขใจที่ได้ให้ เป็นความสุขใจที่ได้ทำ

 

2.ให้ในสิ่งที่ดี

การให้ในสิ่งที่ดีนั่นก็หมายถึงการให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับ เช่น ให้ความรู้ ให้กำลังใจ หรือให้โอกาส

 

3.ให้ในสิ่งที่เราสามารถให้ได้

การให้ในข้อนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าเราสามารถให้ได้ทุกอย่างที่เราอยากจะให้ แต่….ต้องไม่ทำให้ตัวเองลำบาก เพราะถ้าเราให้โดยที่ตัวเราลำบาก ความสุขที่ตั้งใจไว้หวังว่าจะได้จากการให้ก็จะไม่เกิด แถมได้ความทุกข์กลับมาอีกด้วย ฉะนั้นแล้วก่อนจะมอบน้ำใจให้ใคร ก็ควรประมาณตนก่อน

 

4.ให้โดยที่เราสบายใจ

แน่นอนค่ะว่าการให้ต้องมาจากความสบายใจของเรา โดยที่เราไม่ได้ให้เพราะความฝืนใจ หรือ ให้ด้วยความไม่เต็มใจ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะไม่ได้อะไรจากการให้เลยค่ะแม้แต่ความสุข หรือความสบายใจที่คุณหวังว่าจะได้กลับมาบ้าง

 

5.ให้ (อภัย)

เป็นการให้ที่ใครหลายคนอาจมองว่าทำได้ยากซะเหลือเกิน เพราะเมื่อไฟแห่งความโกรธมันเผาจิตใจเราอยู่ เราก็จะมองไม่เห็นคำว่าให้อภัยหรอกค่ะ ลองตั้งสติแล้วหยุดเติมเชื้อเพลิงให้ความโกรธ เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุขแล้วยังบั่นทอนจิตใจเราให้แย่ลงอีกด้วย หากหากคุณรู้จักการให้อภัยได้ คุณก็จะมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม

 

ไม่ว่าจะเป็นการให้อย่างไรนั้นที่สำคัญ อย่าเดือนร้อนตัวเอง และเดือดร้อนคนอื่นเป็นพอ ร้อนเขาเราไม่ทำ ร้อนเราก็ไม่ทำเช่นกัน

 

loading...
shares